เจาะลึกเบื้องหลังสู่รางวัล Smart City Solutions Awards 2025 ด้านการบริหารจัดการอุทกภัย ของเทศบาลนครยะลา
สรุปเบื้องหลังความสำเร็จของ "เทศบาลนครยะลา" ที่เพิ่งคว้ารางวัลระดับประเทศมาหมาดๆ กับการเปลี่ยนเมืองที่ "ท่วมซ้ำซาก" ให้กลายเป็น "เมืองเตรียมพร้อม" ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ยะลาโมเดล จากแก้ปัญหาตามอาการ สู่ "การบริหารจัดการอุทกภัยเชิงรุก"
เทศบาลนครยะลาได้รับรางวัล Smart City Solutions Awards 2025 (ระดับดี) สาขาการบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) จากการพัฒนาระบบที่ชื่อว่า “ระบบบริหารจัดการอุทกภัยแบบครบวงจร” โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญอย่าง Bedrock Analytics
ปัญหาในอดีต: "ข้อมูลกระจัดกระจาย"
- รับมือเชิงรับ: ท่วมแล้วถึงแก้ แจ้งเตือนไม่ทันท่วงที
- ขาดศูนย์กลางข้อมูล: ต่างคนต่างเก็บข้อมูล ทำให้วางแผนภาพรวมไม่ได้
- ความแม่นยำต่ำ: คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ว่าน้ำจะมาตอนไหน หรือท่วมจุดไหนบ้าง
วิธีแก้ด้วยเทคโนโลยี: "เปลี่ยนน้ำท่วมให้เป็นข้อมูล"
หัวใจสำคัญของระบบนี้คือการสร้าง City Digital Data Platform (CDDP) หรือ "แพลตฟอร์มข้อมูลเมือง" โดยมีกลไกทำงานดังนี้:
- ติดตั้งระบบโทรมาตร (Sensors): วัดระดับน้ำ ปริมาณฝน และความเร็วการไหลของน้ำจากต้นน้ำและจุดเสี่ยง
- ประมวลผลด้วย AI: นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงและเวลาที่น้ำจะเข้าท่วมล่วงหน้า
- ติดตามเรียลไทม์: เชื่อมต่อกล้อง CCTV ที่สถานีสูบน้ำ ให้เจ้าหน้าที่และประชาชนดูสถานการณ์จริงได้ตลอดเวลา
ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิตชาวนครยะลา
- รู้ล่วงหน้า: ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่าน LINE Official Account ทุกชั่วโมง ทำให้ประชาชนยกของหนีน้ำได้ทัน
- Open Data: โปร่งใสที่สุด! เปิดให้คนทั่วไปเช็กระดับน้ำได้เองผ่านเว็บไซต์
- อพยพตรงจุด: เทศบาลมีข้อมูลครัวเรือนในมือ ทำให้รู้ว่าต้องส่งความช่วยเหลือไปที่บ้านไหนก่อนหลัง
- ขยายผล: ปัจจุบันขยายความร่วมมือไปอีก 16 ท้องถิ่นในจังหวัดยะลา เพื่อช่วยกันจัดการน้ำทั้งระบบ
ทำไมยะลาถึงสำเร็จ?
สิ่งที่น่าชื่นชมคือเทศบาลนครยะลาไม่ได้มองแค่เรื่อง "การซื้ออุปกรณ์" แต่เขามองเรื่อง "การจัดการข้อมูล" ปีที่แล้ว (2024) เขาก็เพิ่งได้รางวัลระดับดีเลิศจากการใช้ระบบ Smart Tax (ภาษีอัจฉริยะ) มาแล้ว การต่อยอดมาสู่เรื่องน้ำท่วมในปี 2025 จึงเป็นการตอกย้ำว่า "ข้อมูลที่แม่นยำ คือหัวใจสำคัญของการบริหารเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน"