เช็กจุดเสี่ยง ซ่อมตรงจุด ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของเมืองหลังอุทกภัย ด้วยแพลตฟอร์มบริหารจัดการทรัพย์สินอัจฉริยะ

 


เปลี่ยนการ "เดาสุ่ม" เป็นการ "ซ่อมแม่น" ด้วย Data

หลังน้ำลด ปัญหาใหญ่คือความเสียหายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แพลตฟอร์มนี้เปรียบเสมือน "สมุดตรวจสุขภาพเมืองแบบดิจิทัล" ที่รวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดไว้ในที่เดียว ช่วยให้เทศบาลหรือ อปท. ทำงานได้ฉลาดขึ้นผ่าน 6 จุดเด่นหลัก:

1. รู้สถานะ Real-time (ไม่ต้องรอรายงาน)

เชื่อมต่อเซนเซอร์ IoT และการแจ้งเหตุจากประชาชน ทำให้รู้ทันทีว่าทรัพย์สินไหน (เช่น เสาไฟ ท่อระบายน้ำ) ยังใช้การได้หรือพังไปแล้ว พร้อมระบุพิกัดแม่นยำ

2. วางแผนจากหน้าจอ (ลดความเสี่ยงหน้างาน)

เจ้าหน้าที่เห็นประวัติการซ่อมและภาพรวมความเสียหายผ่าน GIS (Geographic Information System) ก่อนลงพื้นที่จริง ช่วยลดการเดินทางซ้ำซ้อนและเลี่ยงจุดอันตราย เช่น บริเวณที่มีไฟฟ้ารั่วหรือโครงสร้างทรุดตัว

3. AI จัดลำดับความสำคัญ (ซ่อมจุดที่วิกฤตก่อน)

ระบบใช้ AI วิเคราะห์ว่าจุดไหนควรซ่อมก่อน-หลัง โดยคำนวณจากความรุนแรง มาตรฐานวิศวกรรม และผลกระทบต่อประชาชน ไม่ต้องใช้ความรู้สึกตัดสินใจ

4. อัปเดตผ่าน Web App (จบงานได้ที่หน้างาน)

เจ้าหน้าที่หน้างานบันทึกข้อมูลผ่านมือถือได้ทันที ไม่ต้องกลับไปคีย์ข้อมูลที่สำนักงาน ข้อมูลจะซิงค์ขึ้น Dashboard ให้ผู้บริหารเห็นความคืบหน้าแบบนาทีต่อนาที

5. ยกระดับความปลอดภัย

ลดการเผชิญความเสี่ยงจากโรคระบาดหลังน้ำท่วม หรืออุบัติเหตุหน้างาน เพราะมีการวิเคราะห์จุดเสี่ยงล่วงหน้า ทำให้การวางแผนรัดกุมกว่าเดิม

6. วางแผนอนาคต (Predictive Maintenance)

นำข้อมูลความเสียหายเดิมมาวิเคราะห์ด้วย Machine Learning เพื่อพยากรณ์ว่าน้ำท่วมรอบหน้า จุดไหนจะเสี่ยงบ้าง ช่วยในการวางงบประมาณป้องกันเมืองในระยะยาว

สรุป: แพลตฟอร์มบริหารจัดการทรัพย์สินอัจฉริยะ (Smart Asset Management) คือเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยให้เมืองฟื้นฟูหลังน้ำท่วมได้อย่างแม่นยำ โดยเปลี่ยนจากการสำรวจหน้างานแบบสุ่มมาเป็นการใช้ข้อมูล Real-time และ AI วิเคราะห์จุดเสี่ยงและความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานผ่านแดชบอร์ดเดียว ช่วยให้เจ้าหน้าที่วางแผนซ่อมแซมได้ตรงจุด