หลังภัยพิบัติ ห้ามมองข้าม 6 ประโยชน์ของบันทึกหลักฐานความเสียหายลงในระบบดิจิทัล
ประเด็นที่คนไทยมักมองข้ามหลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นั่นคือ "การเปลี่ยนการบันทึกความเสียหายจากกระดาษมาเป็นดิจิทัล"
หลังภัยพิบัติ ความโกลาหลมักทำให้ข้อมูลสำคัญสูญหาย แต่ด้วยเทคโนโลยีอย่างแพลตฟอร์ม CDDP360 (Community Disaster Data Platform) จะช่วยเปลี่ยนวิกฤตให้จัดการง่ายขึ้น นี่คือสรุป 6 ประโยชน์เน้นๆ ที่จะช่วยให้คุณ "ฟื้นตัวไว" ด้วยพลังของข้อมูล
📱 สรุป 6 ประโยชน์: เปลี่ยนการจดบันทึกภัยพิบัติให้เป็น "ดิจิทัล"
การใช้แพลตฟอร์มอย่าง CDDP360 ไม่ใช่แค่เรื่องของความทันสมัย แต่คือการสร้างความมั่นใจว่าคุณจะไม่เสียสิทธิ์ที่ควรได้ครับ
- หลักฐานชัดเจน ตัดจบปัญหาข้อโต้แย้ง บันทึกครบทั้งภาพ วิดีโอ วันเวลา และพิกัด GPS ที่แม่นยำ หมดปัญหาเรื่องข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือการจดบันทึกด้วยมือที่อาจตกหล่น ทำให้การเคลมประกันหรือขอรับเยียวยาทำได้ราบรื่น
- ยื่นเรื่องไว ได้รับความช่วยเหลือทันเวลา เมื่อข้อมูลถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบตามมาตรฐาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ทันที ลดขั้นตอนการคีย์ข้อมูลใหม่ ช่วยให้พิจารณาเงินเยียวยาได้รวดเร็วและเป็นธรรม
- ข้อมูลอยู่บนคลาวด์ อยู่ที่ไหนก็เรียกใช้ได้ ไม่ต้องกลัวรูปหายเพราะเปลี่ยนมือถือ หรือเอกสารชำรุดจากน้ำท่วม ข้อมูลจะถูกเก็บอย่างปลอดภัยบนระบบออนไลน์ สามารถดึงมาเป็นเอกสารอ้างอิงได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
- อุ่นใจด้วยมาตรฐาน PDPA ข้อมูลส่วนตัว พิกัดบ้าน หรือรูปถ่ายความเสียหาย จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหลหรือถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
- วางแผนซ่อมแซมได้แม่นยำ ประหยัดงบ ข้อมูลที่เห็นภาพรวมชัดเจนช่วยให้คุณจัดลำดับความสำคัญได้ว่าจุดไหนต้องซ่อมเร่งด่วน จุดไหนรอได้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน และฟื้นฟูบ้านให้กลับมาแข็งแรงได้ถูกจุดกว่าเดิม
- เปลี่ยนบทเรียนเป็นเกราะป้องกันอนาคต ข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็น "Big Data" ให้พื้นที่นำไปวิเคราะห์แนวโน้มภัยพิบัติ เพื่อวางแผนป้องกันและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซากในระยะยาว
สรุป: ในยุคนี้ "ข้อมูลที่หาไม่เจอ" ก็ไม่ต่างอะไรกับ "ข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริง" การย้ายหลักฐานความเสียหายเข้าสู่ระบบดิจิทัลจึงเป็นวิธีที่ชาญฉลาดที่สุดในการรักษาผลประโยชน์ของตัวเราเอง